สวนสันติธรรมครั้งที่ ... (เท่าไหร่จำไม่ได้แล้ว)

ไดอารีตกจากท้อปไดแล้ว หน้านี้คงจะมีแต่ขาประจำ
ที่มาอ่านเนื้อหาธรรมะแล้วไม่งงกันเนอะ

ไปสวนสันติธรรมก่อนสิ้นเดือนมา

+ + +

เดือนนี้นับว่าเป็นเดือนที่เอื้อต่อการภาวนามาก
หน้าที่การงานก็แสดงไตรลักษณ์ตลอดเวลา เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
ด้านร่างกายก็เพิ่งไป Observe ให้น้ำเกลือมา 6 ชั่วโมง
(ท้องเสีย อาเจียนเกือบทั้งคืน ออกมาหมดไส้หมดพุงเลย)
ด้านการภาวนาก็ได้ไปอยู่วัดตอนต้นเดือน
กลางเดือนได้ไปศาลา (แม้จะไปเอาตอนใกล้เลิกศาลาแล้วก็เถอะ)
ปลายเดือนก็ยังได้ไปสวนสันติธรรมอีก

วันนี้ตั้งใจไปฟังธรรมเฉยๆ เก็บตกมาเล่าด้วย

เรื่อง พระดื้อ

มีพระอยู่รูปนึง มาพักใกล้ๆวัด มาเรียนกับหลวงพ่อ
หลวงพ่อสังเกตเห็นว่าท่านไม่โกนคิ้ว พอถามว่าทำไมท่านไม่โกนคิ้ว
พระรูปนี้บอกว่าสมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าไม่ได้บังคับให้โกน
เพิ่งจะมาโกนกันสมัยอยุธยานี้เอง
(แต่ในมุมมองหลวงพ่อมองว่า เขาโกนกันมาตั้งแต่อยุธยาแล้ว แต่ท่านไม่โกน)
วันต่อมาหลวงพ่อก็ทักอีก คิ้วท่านสวยดีนะ
พระรูปนี้ก็ยังดื้อ ไม่ไปโกนมาอีก
ที่จริงหลวงพ่อไม่ได้ไม่ชอบพระที่ไม่โกนคิ้ว แต่ไม่ชอบพระดื้อ
วันต่อมาหลวงพ่อก็สั่งพระเล็กๆ ถ้าเจอกันเวลาบิณฑบาต
ถ้าพระรูปนี้ยังไม่โกนคิ้ว ก็ไม่ต้องให้เข้ามาในวัด

ในแง่การปกครอง หลวงพ่อเด็ดขาดมากเลยนะ
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เวลาท่านทักหรือสั่งให้ทำอะไร อย่าดื้อนะ
(คงไม่ต้องบอกกันแล้วล่ะ ว่าถ้าดื้อผลที่ตามมาจะเป็นยังไง)

เรื่อง ดาวฤกษ์ดาวเคราะห์

โยมคนนึง อายุมากแล้ว ถามหลวงอาว่าไปฟังซีดีท่อนนึง
ในวันนั้นหลวงอาบอกว่าศาลาสว่างไสวจากจิตของคนที่มาฟังธรรม
เหมือนดวงดาวบนท้องฟ้า โยมถามว่า วันนี้สว่างไหม
(หลวงอาตอบว่าสว่าง) โยมถามต่อว่า แล้วจิตโยมสว่างไหมเจ้าคะ

คือเราฟังที่คุณป้าเขาถาม ถ้ายังถามเรื่องนอกๆอย่างนี้(ไม่ใช่เรื่องภาวนา)
ก็ไม่น่าจะใช่คนที่สว่างแล้วล่ะ แต่ถ้าตอบตรงๆแกคงเสียใจแย่
มาดูว่าหลวงอาตอบว่าไง

หลวงอาตอบว่า "สว่าง" แล้วเว้นไปนิดนึงก่อนจะเทศน์ประมาณว่า
แต่โยมต้องเข้าใจนะว่า สว่างในที่นี้มีสองแบบ แบบดาวฤกษ์ กับดาวเคราะห์
พวกเราใหม่ๆก็เป็นดาวเคราะห์ ที่รับแสงสว่างจากดาวฤกษ์
(ฟังธรรมแล้วปีติก็สว่างขึ้นมา) สักวันหนึ่ง พึ่งตัวเองได้ ก็จะสว่างด้วยตัวเองขึ้นมา

ฟังแล้วทึ่งเลย หลวงอาตอบนิดเดียว แต่ทั้งให้กำลังใจ เตือนสติ และกระตุ้นให้ภาวนา
คือให้กำลังใจว่าจิตอย่างพวกเราๆ เข้าศาลามาก็สว่าง
เตือนสติว่า แต่ไม่ได้สว่างเองนะ สว่างเพราะมาฟังธรรมจากหลวงอา
กระตุ้นให้ภาวนาด้วยการบอกว่า เราต้องสว่างด้วยตนเองให้ได้

ครบเครื่องเลยอ้ะ

+ + +

เรื่อง ส่งไมค์มาข้างหน้าหน่อย

ระหว่างที่ฟังหลวงพ่อตอบคนอื่นๆ เราก็นึกฟุ้งๆไปว่า
นึกออกล่ะ เราฝึกสติปัญญาในการตอบคำถามจากศาลานี้นี่เอง
ด้วยจำนวนคนที่เยอะ ด้วยเวลาของหลวงอาก็ไม่มาก
ใครที่ได้ไมค์ไปอยู่กับตัว ต้องใช้เวลากระชับที่สุด
รายงานผลที่เป็นสภาวะตรงหน้าหรือปัญหาที่ติดขัด
และรับเอาการบ้านจากหลวงอาไปปฏิบัติต่อ
เลยกลายเป็นพื้นฐานในการคิดการอ่านในเรื่องการงานด้วย
ว่าถ้าพอผู้ใหญ่ถาม ผู้ใหญ่ในที่นี้ก็คล้ายกับหลวงอา
ที่ก็ไม่ได้มาปฏิบัติกับเราทุกวัน แต่มีประสบการณ์มานานมากกว่า
พอเห็นลูกกระเปี๊ยกอย่างเราอ้าปาก ท่านก็จับได้แล้วว่าทำไปถึงไหน
แต่จะรายงานอย่างไรเพื่อนำคำแนะนำของท่านมาปฏิบัติต่อให้ดีที่สุด

นึกได้ถึงตรงนี้สติก็ตัดฉับตรงจังหวะที่หลวงอาพูดอะไรสักอย่าง
จิตใจก็จดจ่อกับหลวงอาขึ้นมา ไม่มีฟุ้ง ไม่มีอารมณ์อะไรแทรกเข้ามาอีก
ก็นั่งนิ่งๆ ก็นึกว่าดีแล้ว (โดยไม่ได้ยกมือ) หลวงอาก็บอกคนข้างหลังว่า
ให้ส่งไมค์มาข้างหน้า ส่งให้อ้อวิลาหน่อย (จึ๋ย)

หลวงอาให้กำลังใจก่อน ว่าอ้อภาวนาดีแล้วนะ แต่เมื่อกี้มันสติกล้าเกินไป
เราก็ตอบหลวงอาว่า กล้าไปหรือคะ ยังรู้สึกว่าไม่ถึงฐานเลย
หลวงอาตอบว่า เพราะอยากถึงฐาน มันเลยไม่ถึงฐาน..เห็นไหม
เราก็อ๋อเลย จังหวะที่สติกล้าขึ้นมา(หยกๆ)อารมณ์ใดๆไม่จรมาเลย
สติมันไปตัดหมด แล้วก็นึกได้ว่ามีเรื่องอยากได้รับคำแนะนำจากหลวงอา
เลยข้ามไปคุยเรื่องอื่นก่อน คือเราอยากลาออกจากที่ทำงานไปทำงานที่สบายกว่า
ก็ไม่ถามหลวงอาหรอกว่า "ลาออกดีมั้ยคะ" แต่ถามในแง่ขอคำแนะนำจากหลวงอาว่า
ตอนนี้ชีวิตมีแนวโน้มจะไปในทางที่ก้าวหน้าขึ้น แต่ต้องใช้แรงกายแรงใจ
ทุ่มเทไปกับงานจนรู้สึกว่าการภาวนามันแย่ลง บางทีก็นึกอยากจะถอย
(ระหว่างที่รายงาน ไมค์ก็ดังขาดๆหายๆ มีคนส่งถ่านมาให้ หลวงอาก็ให้เปลี่ยนถ่านก่อน
ตอนนั้นหลวงอาบอกขำๆว่า มีคนช่วยเปลี่ยนครึ่งศาลาเลย (หันมาห่วงไมค์กันหมด))

หลวงอาสอนว่า เป็นผู้หญิง สังคมไม่เลี้ยงนะ รวยได้ก็รวย
มันจะโตขึ้น ก้าวหน้าขึ้น รวยขึ้นก็ให้มันเป็นไป
สมัยที่หลวงอาทำงาน ช่วงที่ภาวนาได้ดีที่สุดคือช่วงที่งานเครียดที่สุดนะ
ถ้าอ้อยังแยกกันว่านี่งาน นี่ภาวนา แปลว่ายังวางใจไม่ถูก
(ไมค์มา) เราก็รับคำหลวงอาว่าจะไม่ถอยแล้ว
ถึงจุดนั้นหลวงอาก็ชี้ให้ดูว่า พอสติอ่อนลง อารมณ์ก็ครอบงำ
ความพอดีคือไม่อ่อนไม่กล้าจนเกินไป ให้ดูไปนะ

_/|\_ _/|\_ _/|\_ _/|\_

หมดละวันนี้ ไปทำงานก่อน ^^

Posted on Mon 31 Mar 2008 7:40

 

 
  
 






<< November >>

S

M

T

W

T

F

S

26 

27 

28 

29 

30 

31 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

<< 2008>>

แก้ต่าง
หายไปนาน
คนไร้ลาภ
สายได้อีก
Story Board (Love at B.E 100)
งานเข้า
ความคืบหน้า
เย็นแล้วร้าย
ไฮเปอร์
วัดที่ปู่สร้าง
แผ่นดินของเรา
หน้านี้ Short note
หนักกว่า/เบากว่า
ปัดฝุ่นนิยายครั้งที่ ๑
วันไหลบางแสน
ต้นไม้วิเศษ
ซะหน่อย
เขิน
Auditor vs Auditee
สวนสันติธรรมครั้งที่ ... (เท่าไหร่จำไม่ได้แล้ว)
ปากเป็นเอก
ธรรมะเดลิเวอร์รี่
เปลี่ยนบรรยากาศ
ฝ่ายเลือก
ทำไงได้
ยังไม่ปลอดภัย
สวนสันติธรรมวันฝนพรำ
กินไม่ได้ นอนไม่หลับ
ขอบคุณที่รอ
ประสบการณ์ถวายทองหลวงตามหาบัว
ช่วงเวลาโงหัวขึ้น
ตันๆ
ชีวิตของฉัน (ก็อัศจรรย์เหมือนกันนะ)
ลบลงไปอีก
นิดเดียว
เริ่มที่ติดลบ
ล้างตู้เย็น
• ♥ THE STAR OF ...? ♥ •
ยารักษาใจ ตอน นาฬิกาชีวิต



Comments

อย่างนี้ พระดื้อจะเข้าวัดอื่นได้ป่ะฮับ?
ถ้าไม่เข้าวัดนี้นะ จ๋งสัย
cC   
Mon 21 Apr 2008 14:47 [3]

อนุโมทนาจ่ะอ้อ
mink   
Wed 2 Apr 2008 9:29 [2]

เข้ามาลงชื่อว่าอ่านแล้วครับ
2dayago   
Tue 1 Apr 2008 23:33 [1]




Post Comment

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง
 






bestview in 1024*768
The best template from http://www.oblog.cn