|
แผ่นดินของเรา
กลับบ้านมาค่ะ รอบที่แล้วกลับไปงานแต่งงานของน้องชาย (รูปก็ทยอยได้เห็นเยอะแล้ว แต่ขี้เกียจอัพ) ล่วงเลยไปวันสงกรานต์ ไม่ได้กลับบ้าน อยู่เวรแทนลูกน้องที่เขาได้กลับบ้านกัน แล้วก็เหลียวดูปฏิทิน อ้าวๆ มีวันหยุดแรงงาน คร่อมเสาร์-อาทิตย์ ต่อด้วยฉัตรมงคล ก็เลยรีบหยุดงาน ปิ๊กบ้านในทันที (ลาพักผ่อนแค่วันเดียวเที่ยวได้ห้าวัน)
รอบที่แล้วเอารูปดอกกุหลาบหน้าบ้านมาโชว์ รอบนี้เป็นพืชผักสวนครัวริมรั้วบ้าง

ร่มรื่นดีนะ เวลาแม่ทำกับข้าว พ่อก็จะใช้ให้เจ้าซันมาขุดขิง/ข่า/ตะไคร้แถวนี้แหละ รั้วบ้านอีกฝั่งนึงเป็นไม้ยืนต้น มีต้นฉำฉาที่โตไวมาก เราไม่ได้สังเกตแค่ปีสองปี สูงเท่าเสาไฟฟ้าแล้ว อยากให้ต้นสักในสวนโตไวอย่างนั้นมั่ง แต่ยังไม่ถ่ายมาให้ดู แค่เกริ่นไว้ให้รอการกลับบ้านรอบต่อไป :p
การกลับบ้านครั้งนี้ได้ลูกน้องที่ทำงานไปจองตั๋วรถทัวร์ให้ จองกันแบบฉุกละหุกมาก (ตอนแรกไม่ค่อยแน่ใจว่าจะได้กลับ) เลยได้ตั๋วรถเสริมมา ตอนสั่งก็สั่งแบบ VIP แล้วนะ แต่น้องบอกว่ามันเต็มหมดอะ ถ้าพี่ไม่นั่งคันนี้พี่ก็ต้องรอวันต่อไป เราก็อือ เอาไงก็เอา เอามาแล้วก็นั่งรถปาไป 15 ชั่วโมงกว่าจะถึงบ้าน ฝนตกด้วย จอดส่งคนทุกสถานีด้วย (ประมาณว่าปอ.1 ค่อนไปหา ปอ.2 เลยล่ะ) ขึ้นรถทุ่มครึ่งถึงบ้านสิบโมงเช้า พ่อไปรับ เข้าบ้านก็นอนยาวถึงเย็นเลย
แต่ถึงสถานีขนส่งตอนสายๆก็ดีนะ ได้ไปเห็นป้ายอันนึงเป็นโครงการกู้วัดติโลกอาราม ซึ่งเราเป็นคนพะเยาแต่กำเนิดก็เพิ่งจะรู้แหละว่ามีวัดชื่อนี้อยู่ในบ้านเกิดตัวเองด้วย :p ตื่นเช้ามาอีกวันก็เลยขอให้พ่อพาไปส่ง (พ่อก็ไปส่งเฉยๆ เพราะมีประชุมอีกที่นึง ปล่อยเราลงตรงนั้นแล้วก็นัดมารับกันอีกทีตอนเที่ยงเอา)
ประวัติคร่าวๆนะคะ อันนี้ดึงมาจาก wikipedia กับ phrathai.net เอามารวมๆกันบวกกับที่ฟังคุณลุงพายเรือเล่าให้ฟังด้วย
วัดติโลกอาราม "ติโลกอาราม"เป็นชื่อวัดที่ปรากฏอยู่ในศิลาจารึก ซึ่งถูกค้นพบได้ในวัดร้างกลางกว๊านพะเยาหรือในบริเวณหนองเต่า จากข้อความที่ปรากฏในศิลาจารึก ทำให้รู้ว่าวัดนี้มีอายุเก่าแก่มากกว่า 500 ปี เป็นวัดที่พระเจ้าติโลกราช แห่งราชอาณาจักรล้านนาเมืองเชียงใหม่ โปรดให้พระยายุทธิษถิระ เจ้าเมืองพะเยา สร้างขึ้นในราวปี พ.ศ.2019-2029 พร้อมทั้งพระราชทานเงินก่อสร้าง จำนวน 10 แสนเบี้ย และในพิธีผูกพัทธสีมาวัดติโลกอาราม มีพระเถระชั้นผู้ใหญ่ของเมืองพะเยาประมาณ 7 วัด มาร่วมพิธีอีกด้วย
วัดติโลกอาราม เป็นวัดที่จมอยู่ในกว๊านพะเยามานานกว่า 68 ปี สาเหตุที่จมน้ำเนื่องจากในปี พ.ศ.2482 กรมประมงสร้างประตูกั้นน้ำในกว๊านพะเยาเพื่อกักเก็บน้ำ จึงทำให้กว๊านพะเยาที่แต่เดิมเป็นชุมชนโบราณ และมีวัดอยู่เป็นจำนวนมากต้องจมน้ำในที่สุด
จากการสำรวจแผนที่เก่า และภาพถ่ายทางอากาศพบว่า ที่ตั้งวัดติโลกอารามและบริเวณใกล้เคียง มีร่องรอยซากวัดโบราณอยู่ประมาณ 8-9 วัด เชื่อมต่อไปยังกลุ่มโบราณสถานบ้านร่องไฮ อยู่ไม่ห่างไกลมากนักก็จะพบอีกประมาณ 3 วัด บางวัดพบร่องรอยเนินดินรูปสี่เหลี่ยม มีลักษณะเป็นเขตวัดอยู่ภายในบริเวณ หรือบางวัดพบร่องรอยของสระน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่
เล่าไปก็ยาว ไปดูของจริงกันเลยดีกว่า

เลียบถนนชายกว๊านไปนะคะ

เกือบจะสุดชายกว๊านเลย จะมีท่าเรือพาย

จ่ายคนละ 20 บาท มีผู้โดยสารมากกว่าสามคนก็ไปได้ละ

มีเกาะที่ตั้งอยู่กลางน้ำ กับพระพุทธรูปหนึ่งองค์ให้ลงไปกราบกัน

ถ้ารูปใหญ่กว่านี้จะเห็นธงอยู่ด้านหลัง คุณลุงพายเรือบอกว่า ตามโครงการเดิม(งบประมาณ 1500 ล้าน) จะทำกำแพงกั้นให้ได้ตามโครงสร้างวิหารเดิม ซึ่งตอนหลังเหมือนจะมีปัญหานะ ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เต็มบริบูรณ์ ก็ต้องรอดูกันต่อไป

โครงร่างของวัดที่ชาวพะเยาหลายคนคงอยากเห็นให้ได้เป็นแบบนี้

ตอนนี้ยังจมอยู่ใต้น้ำ โผล่มาแค่ใบเสมาเท่านี้เอง
จากนั้นก็พ่อมารับ ขอให้พ่อพาไปกราบพระเจ้าตนหลวงต่อ หลายปีดีดักแล้วไม่ได้มา พระเจ้าตนหลวงท่านก็ยังสวยสง่าและเย็นตา ไม่ต่างจากเดิมเลย :)

เดี๋ยวว่างๆค่อยค้นประวัติ ส่งไปให้ธรรมะใกล้ตัวดีไหม

วัดนี้มีของดีอีกอย่าง คือมีรูปปั้นของเปรตอยู่หลังวัด เต็มไปหมดเลย เอาไว้ให้ผู้ใหญ่พาลูกหลานมาดู ว่าเปรตหน้าตาเป็นยังไง คนไหนถียงพ่อด่าแม่ จะกลายเป็นเปรตตัวสูงเท่าต้นตาล ปากเท่ารูเข็ม มีรูปปั้นเหมือนของจริงให้ดูเสร็จสรรพ
+ + +
กลับมาถึงบ้านได้พักแป๊บนึง พ่อกับแม่ก็ชวนไปดูที่นาต่อ ดูแม่กับน้องนางดิ ยิ้มแป้นอยู่กลางทุ่งเลย

ที่นาผืนนี้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เราถ่ายมาสองมุม

มุมนี้ทะแยงบน ติดถนน สังเกตกระต๊อบเป็นจุดศูนย์กลาง

มุมนี้ทะแยงล่าง ติดคลอง

คลองก็เป็นคลองเล็กๆ เป็นคลองธรรมชาติมีน้ำไหลตลอดปี

ลืมไป ด้านหน้าก็มีต้นน้ำมาจากคลองชลประทาน

สรุปว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องน้ำ ถึงเวลาก็ทำนาได้เลย


ฤดูปลูกข้าวยังไม่มาถึงแต่ก็ใกล้มากๆแล้ว พื้นที่ที่เราเหยียบตรงนี้จะกลายเป็นของเรา แผ่นดินของเรา ผืนนาของเรา ที่อีกไม่กี่ปี่ก็คงได้มาอยู่มาเฝ้า
ตอนแรกแอบลังเล บอกแม่ว่าซื้อที่นามันนานมากกว่าจะได้กำไรคืนนะแม่ (เราหมายถึงว่าถ้าเราเปิดร้านยา กำไรมันจะงอกเงยไวกว่า แต่ความเสี่ยงก็สูง การซื้อที่ดินมันความเสี่ยงต่ำ แต่กำไรก็ต่ำเหมือนกัน)
แม่ออกงอนเล็กๆ บอกว่าลูกบ้านโน้นเขาเป็นหมอ สร้างบ้านให้พ่อให้แม่เป็นล้านๆ เราก็ออ.. แม่คงไปคุยกับชาวบ้านคนอื่นมาแล้ว ว่าลูกสาวจะซื้อที่ซื้อนาให้ แม่จะได้มีข้าวกินฟรี มีผืนนาที่เมื่อก่อนโน้นน สมัยแม่เป็นเด็กก็โตมากับท้องไร่ท้องนา
ก็เลยอือ ซื้อความภูมิใจให้แม่ แค่นี้จิ๊บๆ (แต่ก็หมดตัวนะ)
เรื่องบ้าน เรื่องรถ ในปีสองปีนี้เลยไม่ต้องพูดถึงกันล่ะ แต่ถ้าถามว่าชีวิตขาดอะไรมั้ย มันก็ขาดเฉพาะตอนนี้ง่ะ กลับบ้านเมื่อไหร่ทุกอย่างเตรียมไว้พร้อมไปหมดเลย บ้าน รถ ที่ดิน เครื่องมือทำมาหากิน(ใบประกอบวิชาชีพ)
อ้อ ขาดอีกอย่าง พ่อแม่ถามจังเลยว่าหลวงพี่เมื่อไหร่จะสึก เราก็แค่ยิ้มๆส่ายหน้า นึกในใจว่า 'ไม่ต้องสึกนี่นา ก็อยู่ในใจอยู่แล้ว'
เต็มบริบูรณ์พอมะ :p
เฉลย ยังอะ จนกว่าจะแน่ใจว่าทางธรรมมีรากฐานมั่นคงเสียก่อน อันนี้ยังต้องตามต่ออีกนานเลย :)
+ + +
ปล.1 ไป 3 เรื่องแล้วนะ อีก 8 เรื่องลุ้นเอาวันหน้า -_-" เดินทางมาเหนื่อยๆ ต้องพักก่อน
ปล.2 บางครั้งเราอาจจะเข้าใจคำว่าพอเพียงแค่กะพร่องกะแพร่ง เพราะมุมมองไปอยู่ตรงที่ขอทำให้ 'เพียงพอ' เสียก่อน จึงจะ 'พอเพียง' ได้ ซึ่งตอนนี้คนในครอบครัวก็ต่างเห็นว่าเพียงพอแล้ว(ที่จะกลับบ้าน)
ก็ยังขอต่อเวลาอีกนิดนึงน่ะ ถ้าช่วยตัวเองได้เมื่อไหร่จะไม่ลีลาอีกเลย
Posted on Mon 5 May 2008 21:50 |
|