|
วัดที่ปู่สร้าง
ที่ว่าค้างไว้แปดเรื่อง ขออัพแค่สองสามเรื่องก็แล้วกันนะคะ นอกนั้นเอาไว้รอตามวาระและโอกาส(จริงๆคือลืมไปจะหมดแล้ว^^)
ไปที่วัดร่องขุ่นกันก่อน วัดดูเป็นรูปเป็นร่างขึ้นกว่าแต่ก่อน ความสวยงามและละเอียดอ่อนก็ยังวิจิตรอลังการเหมือนเดิม เอามาแปะรูปเดียวก็พอมั้งเนาะ

นี่แค่ใบเสมานะ มีพระพุทธรูปประทับนั่งอยู่ข้างบนด้วย ดูขลังขึ้นเยอะ แต่ที่เราว่าไม่สวยเสียแล้วคือตอนเข้าไปในโบสถ์ ซึ่งเขาห้ามถ่ายภาพ แหงล่ะ ลองให้ถ่ายสิ คงได้มีคนถ่ายไปลงเว็บบอร์ดแล้ววิพากษ์วิจารณ์กันหนาหูแล้วล่ะ ตอนเดินเข้าไปยังไม่เห็นอะไร แม้แต่ตอนเดินออกมาหลายคนก็ไม่ได้สังเกตกัน แต่ถ้าหันไปหยุดตรงประตูทางออกแล้วแหงนหน้าและสำรวจสักนิด มันอะไรกันน่ะ! มียักษ์(หรือราหู?)อมประตูเอาไว้ เท่านั้นยังไม่พอ ฝั่งซ้ายของประตูมีคีนูรีฟ ที่แสดงเป็นนีโอในแมทริกซ์ยืนอยู่บนดาวดวงนึง แล้วก็มียานอวกาศวิ่งผ่าน เป็นภาพที่อยู่ตรงประตูทางออกของวิหารจริงๆเหรอนั่นน่ะ
ยืนอึ้งอยู่ ภาพก็ดูสวยดี แต่คนทำเขาคิดยังไงของเขา กลายเป็นเราไม่เข้าใจศิลปะของเขา ซึ่งพอพูดคำว่าศิลปะ ก็คงจะตำหนิกันไม่ได้แล้วล่ะ มันแล้วแต่มุมมองของแต่ละคน แต่ในสายตาเรา เราว่าไม่สวยเสียแล้ว วันนี้ตัดสินไปเท่านี้ล่ะ วันหน้าใครเห็นว่าเขาปรับปรุงหรือพัฒนาให้ดีขึ้นวานบอกที จะได้กลับไปดูใหม่
+ + +
แล้วด้วยความไม่ตั้งใจ พ่อพาไปรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ที่เชียงราย (ก็ได้แวะวัดร่องขุ่นนี่ล่ะ แล้วก็พากันไปแม่สายก่อนจะวกไปพาน) ได้ไปดำหัวญาติทางพี่ๆน้องๆของปู่ แล้วโดยไม่ตั้งใจเราก็พากันไปจอดรถที่หลังวัดแห่งนึง (ขออภัย จำชื่อวัดไม่ได้แล้ว) พ่อบอกว่า นี่ไง วัดที่ปู่มาสร้าง
ดูรูปกันนะ

พ่อเคยเล่าให้ฟังว่าปู่เป็นสล่า เป็นนายช่าง ตอนฟังสมัยเด็กๆเราก็เข้าใจว่าเป็นช่างไม้ หรือไปช่วยเขาสร้างบ้านในหมู่บ้าน พ่อบอกไม่ใช่นะ เป็นหัวหน้าช่าง เป็นคนถ่ายทอดวิชา สร้างได้ทั้งบ้าน ทั้งวัด ในจังหวัดเชียงราย ปู่ตะลุยสร้างมาหลายอำเภอทีเดียว ผู้เฒ่าที่เราจะไปดำหัวกันคือน้องช่ายของปู่ ที่มาสร้างวัดแถวนี้แหละ แล้วก็ได้แต่งงานกับสาวชาวบ้านที่มาดูการสร้างวัด(แม่เฒ่าในตอนนี้) (วัดนั้นพ่อก็พาขับรถผ่านแต่ไม่ได้ลงไปถ่ายรูปเพราะมืดแล้ว) เราคุยเล่นในรถว่าสมัยนั้นสาวๆคงเห็นหัวหน้าช่างเป็นเหมือนหนุ่มวิศวะสมัยนี้นะพ่อนะ ถ้าได้ควงก็คงเท่ดี พ่อบอกใช่ๆ เราแอบภูมิใจว่าเราก็รักงานประเภทศิลปะ (แต่ออกไปทางขีดๆเขียนๆอ่านๆท่องๆ) เพราะมีเชื้อสายมาจากปู่นี่เอง
เลยชวนผู้เฒ่าคุย ว่าแล้วสล่ากับช่างสิบหมู่ต่างกันยังไง ผู้เฒ่าบอกว่า โอ้ ห่างกันหลาย ช่างสิบหมู่เขาทำลวดลายประดับรอบวัดได้ แต่สล่าทำไม่ได้หรอก สล่าทำได้แต่รากฐาน โครงร่างของตัวอาคาร ตัววิหาร แต่ช่างสิบหมู่ทำรากฐานก็ได้แต่ส่วนใหญ่ก็จะให้สล่าทำแล้วเขามาทำลวดลายประดับทีหลัง
ขณะที่เราฟังผู้เฒ่าเล่า เราว่าท่านมีความสุขมากเลยนะ จับน้ำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจ ในความด้อยกว่าช่างสิบหมู่ไม่ได้เลย ท่านบอกว่าก็ปู่ก็ไม่เป็นและไม่ได้สอน แต่ท่านก็ภูมิใจในวิชาของปู่ เที่ยวตามปู่ไปสร้างวัดที่นั่นที่นี่ ผ่านไปก็ยังเห็นวัดตั้งมั่นอยู่ดีก็พอใจ
การได้ไปพบปะพูดคุยกับผู้เฒ่าผู้แก่ ได้อะไรกลับมาเยอะเหมือนกันนะ เส้นบางๆระหว่างความฝันกับความเป็นจริง บางทีก็ถูกขีดให้เห็นชัดขึ้นได้ ด้วยประสบการณ์ของคนที่ผ่านมาแล้ว ที่สำคัญ ท่านภูมิใจในสิ่งที่มีและที่เป็น โดยไม่ต้องโอ้อวดให้เหนือกว่าใคร เราว่าท่านก็สร้างศรัทธาได้มากๆแล้วในสายตาเรา
+ + +
Anyway (คนละเรื่องกันแล้วนะ) ไดอารีของฝน(ที่หายไปแล้ว)สะกิดใจเราได้อย่างนึง
มีใครอิจฉาเรามั้ยอะ เรื่องอะไรก็ตาม เราเป็นคนโชคดี(หรือเปล่านะ) เวลาใครอิจฉามักจะมาบอกเราตรงๆว่าอิจฉา แล้วเวลาเราฟัง เราจะถือว่ามันเป็นคำชมคำหนึ่งที่แปลว่า "ยินดีด้วย" แต่ถ้าคำว่าอิจฉามันจะไปสร้างความน้อยเนื้อต่ำใจให้ใครจนทำให้รู้สึกว่าด้อยกว่าเรา ก็ต้องบอกไว้เลยว่าบางทีสิ่งที่เราเล่า ไม่ได้ตั้งใจให้ใครเกิดความรู้สึกอย่างนั้นเลย กว่าเราจะมีอะไรต่อมิอะไรที่น่ายินดี มันมีพื้นหลัง มีที่มาทั้งหมด เพราะเราไม่ใช่คนที่เริ่มจากร้อย แต่เป็นเริ่มจากศูนย์ ดีไม่ดีติดลบเสียอีก ก็เลยอยากเป็นตัวอย่างว่า ถ้าเรารักดี มีความพยายาม มันไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่จะเอาดีได้นะ
ใครจะอิจฉาก็อิจฉาเลย อิจฉาแล้วรู้ว่าอิจฉาเราโมทนา แต่อย่าได้กลับไปดูถูกหรือเหยียบย่ำตัวเองเป็นอันขาด เดินไปทางสายเดียวกัน ก็ต้องคอยให้กำลังใจกันนะ และอย่าลืมให้กำลังใจตัวเองด้วย :)
บอกใครเนี่ย :p
Posted on Mon 12 May 2008 0:22 |
|