|
ว่ายน้ำกันมั้ย (ชวนได้ แต่อย่าสอน)
ไดหน้านี้เป็นวิลาศินีเวอร์ชั่นมองโลกในแง่ร้าย ^^
. . .
ไม่ได้ร้ายเกินไปหรอก แต่อยากแปะป้ายก่อนว่า คนเซ้นซิทีฟไม่ควรอ่าน ส่วนคนลามกยิ่งไม่ควรเม้นนะ ขอร้อง
. . .
หลายสัปดาห์ก่อนเอาหนังสือธรรมะเล่มนึงให้น้องที่กำลังอกหัก และกำลังมีอีกคนมาจีบ ซึ่งเราไม่ได้คิดอะไรมาก แต่จำได้จากประสบการณ์ตัวเอง และคนที่รู้จักหลายคน ก็พากันหันมาสนใจธรรมะตอนอกหักนี่แหละ เลยตะล่อมชวนไปวัด(แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไป) ชวนอ่านหนังสือธรรมะ(ไม่รู้อ่านหรือเปล่า) แล้วไปๆมาๆไม่รู้เขาปิ๊งไอเดียอะไรของเขา เย็นวันนึง ก็มาขอแลกเวรกับเรา แล้วขับรถออกไปหาคนที่กำลังมาจีบ เย็นวันนี้ไปนั่งกินข้าวด้วยกัน ก็มีหลุดปากเล่า ว่าไปนอนกับเขามาแล้วล่ะ และไม่แคร์ด้วย ว่าสุดท้ายจะลงเอยด้วยกันมั้ย เพราะจริงๆผู้ชายเขาก็นอนกับผู้หญิงมาแล้วหลายคน ไม่ถือว่าเป็นเรื่องเสียเปรียบอะไรทั้งนั้น เพราะเต็มใจเอง ไม่ได้ถูกบังคับอะไร
แล้วท่าทีของคนเล่าก็แฟร์ๆอย่างที่พูดนะ ไม่ได้มีน้ำเสียงเศร้าหรือเสียดาย (นั่นเป็นครั้งแรกของเขา) หน้าตาเราตอนฟังก็ราบเรียบ ไม่ได้มีอาการตื่นเต้นหรืองงงวยอะไร คนอื่นที่ไปด้วยกันพยายามเบรค ว่าหัวหน้าจะรับไม่ได้นะ อย่าฟังนะพี่อ้อ เดี๋ยวศีลแตก พอเราไม่ได้ตอบอะไร คนเล่าก็พูดต่อ ว่าก็เขาเป็นคนเปิดเผย มีอะไรก็มาเล่า และไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องประหลาดอะไร ใครๆเขาก็ทำกัน และหลายๆคู่ ก็ไม่จำเป็นว่านอนด้วยกันแล้วต้องแต่งงานกัน
จริงๆก่อนหน้านั้นเคยบอกน้องเขาไปทีนึง ว่านี่เป็นคำพูดของผู้ชายนะ เขาบอกว่า เขาดูออก ว่าผู้หญิงคนไหนบริสุทธิ์ คนไหนผ่านผู้ชายมาแล้ว ผู้หญิงบริสุทธิ์จะเหมือนน้ำเปล่า จิบได้เรื่อยๆ เหมือนการดื่มน้ำเปล่าสักแก้ว ส่วนผู้หญิงที่ผ่านผู้ชายมาแล้วจะเหมือนเป๊บซี่ เธอจะมีเสน่ห์ ชื่นฉ่ำ น่าดึงดูดใจ แต่พอได้จิบ ได้รู้รส มันไม่ใช่นะ มันจะโหยหาน้ำเปล่ามาดื่มล้างคอ ตบท้ายเราถามเขา ว่าอยากเป็นน้ำเปล่าหรือเป๊บซี่ก็เลือกเอา ที่พูดตอนนั้นเราตั้งใจให้เขาเลือกที่จะเป็นน้ำเปล่าให้ฝ่ายนั้นโหยหาต่อไปน่ะนะ
แต่ไม่รู้ไปไงมาไง เธอเลือกจะเป็นเป๊บซี่ไปเสียฉิบ -_-"
นอกนั้นเป็นเรื่องของเขานะ โดยคุณสมบัติแล้วเป็นผู้หญิงที่ดี ใครได้เป็นศรีภรรยาไม่ผิดหวังแน่นอน :) ไม่ว่าเธอจะเป็นเป๊บซี่หรือน้ำเปล่า ถ้ามีแก่ใจมาถามหาการีนตีจากเรา เราก็ยังแนะนำให้ดื่ม
ทีนี้มาเรื่องของเราบ้าง
ตอนที่มีคนเบรค ไม่อยากให้เรารับรู้เรื่องอย่างว่านั่น มีแอบขำเล็กน้อย ว่าอะไร ภาพพจน์เราดูเป็นคนอ่อนต่อโลกขนาดนั้นเลยเหรอ เมื่อวานก็น้องคนเดิมนี่แหละ อยู่ดีๆก็โทรศัพท์มาถาม ว่าหัวหน้า อีกสิบกว่าวันก็วันเกิดแล้ว อยากได้อะไร เดี๋ยวลูกน้องจะรวมตังกันซื้อ เราตอบไปในขณะที่คิดเรื่องงานอยู่ ว่าเอาไว้ก่อนได้มั้ย ใกล้วันเกิดเราแล้วมียาอะไรหาย ก็ให้รวมตังกันซื้อยานั้นมาให้โรงพยาบาลเอา เขาร้องโอ่ยยยยผ่านมาทางโทรศัพท์ ว่าช่วยขออย่างอื่นที่ไม่ใช่เรื่องงานได้มั้ย ก็ยังอึ้งต่อ มันนึกไม่ออกจริงๆอะ ^^ (ไม่ได้อยากได้อะไรนี่นา)
ภาพพจน์อย่างนี้ก็เป็นเรื่องดีนะ ไม่ค่อยมีคนมาชวนออกนอกลู่นอกทาง เพราะไม่ได้เป็นทั้งน้ำเปล่าหรือเป๊บซี่ แต่เป็นน้ำกร่อยที่ใครเห็นก็กลืนไม่ลงไปและ
สรุปว่าวันนี้ไม่ได้ต่อว่า ไม่ได้ตำหนิอะไรออกไป คอมเม้นต์บ้างนิดๆหน่อยๆ แล้วก็ปล่อยคนอื่นคุยเป็นเรื่องสนุนสนานไป ไม่มีแรงขับให้พูดอะไรออกไปมากกว่านั้นแล้วล่ะ
เหมือนพักจากการว่ายน้ำแล้วเห็นคนมานั่งอยู่เหมือนดูเชิง เราหันไปชวนได้นะ ว่าว่ายน้ำกันมั้ย แต่ถ้าอีกฝ่ายส่ายหน้าก็พร้อมจะผละได้ทันที
แล้วถ้าคิดจะลงสระเมื่อไหร่ก็ไปหาห่วงยางเอาเองนะ ไม่สอนด้วย :p
- - -
ปล. ผ่านวันอาทิตย์มาแล้ว ด้วยความเฮฮา สนุกสนานดี มีคนเลี้ยงไอติมที่อร่อยที่สุดในประเทศไทย สเวนเซ่นมาชิมอาจฆ่าตัวตายไปเลย ซึ่งมันอร่อยจริงๆนะ แต่ก็จำรสชาติสเวนเซ่นไม่ได้แล้ว ใครจะตายก็ตายไปนะ เรากลับบ้านมาก็กินไอติมวอลล์อยู่ดี :D
ปล.(อีก) ได้หนังสือที่อยากอ่านมาหลายเดือนแล้ว จากคิโนะคุนิยะ ชื่อหนังสือเรื่อง "ไหม" อยากซื้อแจกให้คนที่มีคนรักอยู่ข้างตัวทุกคนอ่าน มันดีจริงๆนะ
Posted on Tue 12 Aug 2008 22:02 |
|